ลายผ้าไหมแพรวา

ผ้าไหมแพรวาเป็นผ้าไหมที่มีถิ่นกำเนิด และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรรมของชาวภูไท ในแถบจังหวัดกาฬสิน นครพนม มุกดาหาร และสกลนคร ซึ่งเดิมตั้งแต่สมัยในอดีตที่เริ่มการทอเป็นเพียงการทอเพื่อใช้เป็นผ้าสไบที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติในโทนสีเข้ม เช่น เปลือกไม้ ครั่ง เป็นต้น แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และใช้สีเคมีในโทนสีที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งมุ่งทางด้านการค้า
เป็นหลัก

การทอผ้าไหมแพรวาใช้วิธีเก็บลายด้วยการขิดลาย และการจกทำลวดลายบนผืนผ้าโดยใช้นิ้วก้อยในการล้วงเกาะ และยกเส้นยืน พร้อมสอดเส้นไหมสีต่างๆเป็นช่วงๆ ตามลายที่ออกแบบไว้ ทำให้เกิดความหลากหลายของลวดหลาย และเฉดสีหลายรูปแบบตามความต้องการ และสามารถแก้ไขได้ง่ายหากเกิดความผิดพลาดในการออกแบบหรือการทอ

จุดเด่น และความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไหมแพรวา คือ ลวดลาย และสีสันที่โดดเด่น และหลากหลาย ซึ่งผ้าผืนหนึ่งสามารถมีลวดลาย และสีได้มากกว่า 10 ลักษณะ

สำหรับลายผ้าไหมแพรวาจะประกอบด้วย3 ส่วน คือ ส่วนลายหลัก ลายคั่น และลายเชิงผ้า
1. ส่วนลายหลัก เป็นลายผ้าที่อยู่ส่วนกลางของผืนผ้า และมีพื้นที่มากที่สุด
2. ส่วนลายคั่น เป็นลายที่คั่นระหว่างลายหลักกับลายเชิงผ้า มีพื้นที่น้อยที่สุดของผืนผ้า มีลักษณะเป็นเส้นลายตัดขวางในแนวนอนของทั้งลายหลัก และลายเชิงผ้า
3. ส่วนลายเชิงผ้า เป็นส่วนที่อยู่ขอบริมผ้า มีพื้นที่มากกว่าลายคั่นเล็กน้อย

ลายผ้าไหมแพรวาทั้ง 3 ส่วน มักทอด้วยลายโบราณที่ประกอบด้วยรูปทรงเลขาคณิตต่างๆ

อุปกรณ์สำหรับทอผ้าไหมมัดหมี่
1. เส้นไหม ใช้ไหมที่ผ่านการลอกกาว และย้อมสีตามสีที่ออกแบบไว้
2. หลักเฝือ เป็นอุปกรณ์สำหรับค้นเส้นยืนให้เป็นระเบียบ เพื่อเตรียมเส้นยืนก่อนเข้าฟืมเพื่อการทอ
3. กง เป็นอุปกรณ์จัดเรียงเส้นไหมให้เป็นระเบียบ
4. อัก เป็นอุปกรณ์สำหรับม้วนกรอ เก็บเส้นไหมให้เป็นระเบียบที่ได้จากการจัดเรียงจากกง
5. ไนหรือหลา เป็นอุปกรณ์สำหรับเส้นไหมที่ได้จากการเตรียมจากกงเพื่อกรอใส่หลอดด้ายไหม
6. ตะกอหรือเขา เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยเชือก มีบ่วงหรือรูตรงกลางสำหรับร้อยเส้นยืน และไม้สำหรับยึดเส้นด้ายตะกอไว้ทั้งด้านบน และด้านล่างของบ่วงตะกอ เพื่อแยกเส้นยืนให้เป็นช่องสำหรับสอดเส้นพุ่งในการทอ
7. หลอดด้าย ใช้สำหรับกรอเก็บเส้นไหมให้ เพื่อใส่ในกระสวยทอผ้า
8. กระสวย เป็นอุปกรณ์สำหรับใส่หลอดด้าย เพื่อพุ่งกระสวยในการทอผ้า
9. ฟืมหรือฟันหวี เป็นอุปกรณ์สำหรับจัดเรียงเส้นไหมให้เป็นชุดๆหรือลำ สำหรับการขัดเส้นด้ายไหมขณะทอ
10. ไม้คันผัง เป็นอุปกรณ์ไม้ไผ่ที่ใช้ค้ำยันขอบริมด้านกว้างทั้งสองด้านให้ตึง
11. ไม้ลาย เป็นไม้ไผ่กลม ใช้สำหรับสานเก็บลายขิด
12. ไม้เก็บลายเป็นไม้แบน ขนาดกว้าง 6-7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1 เมตร ด้านปลายข้างหนึ่งมีลักษณะเรียว ใช้สำหรับสอดค้ำเส้นไหมตามที่เก็บขิดลายไว้
13. ไม้ยกลาย มีลักษณะเป็นไม้แบนคล้ายไม้เก็บลาย แต่กว้างกว่า ยาวประมาณ 1 เมตร ใช้สำหรับการยกค้ำเส้นไหมเพื่อการสอดนิ้วก้อย

ลายผ้าไหมมัดหมี่

ลายผ้าไหมมัดหมี่เป็นลายผ้าไหมดั้งเดิมที่มีถิ่นกำเนิดในภาคอีสาน ลายผ้าไหมมัดหมี่เกิดจากการมัดเส้นไหมด้วยเชือกหรือฟางตามจุดที่จะให้มีลายตามที่ได้ออกแบบไว้ แล้วนำมาย้อมสี ตรงส่วนที่มีการมัดหมี่จะไม่ติดสีย้อม ส่วนที่ไม่มัดหมี่จะติดสีตามที่ต้องการ พร้อมทำการย้อมสีหลายครั้งตามเฉดสีของลาย เมื่อนำมาทอเป็นผืนจะเกิดลวดลายตามที่ออกแบบไว้ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะให้เกิดความงดงาม

โดยลายผ้ามัดหมี่มักจะผสมผสานกับคตินิยมของกลุ่มคนนั้นๆ ผ้าไหมมัดหมี่ถือเป็นผ้าไหมที่มีถิ่นกำเนิดในภาคอีสาน ลวดลายต่างๆ จะถูกคิดค้นขึ้น ซึ่งมักจะได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตประจำวัน และรูปแบบวัฒนธรรมของถิ่นอาศัยที่สามารถสื่อออกมาเป็นรูปภาพได้ สำหรับลายผ้าไหมมัดหมี่ในภาคอีสานมีด้วยกันหลายลายแตกต่างกันในแต่ละท้องที่ ตามวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยมีมากกว่า 200 ลาย ซึ่งจะมีการเรียกชื่อแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น

ลายผ้าไหมมัดหมี่อาจแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ได้แก่
1. ลายผ้าไหมพื้นเมือง เป็นลายผ้าดั้งเดิม และเป็นลายพื้นฐานที่มักปรากฏบนผ้าทอเกือบทุกประเภท มีลักษณะเป็นรูปทรงเลขาคณิตต่างๆ เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม เป็นต้น


2. ลายผ้าไหมเกี่ยวกับสัตว์ เกิดจากแรงบันดาลใจที่ได้พบเห็นสัตว์หรือสัตว์ที่เป็นเรื่องเล่าในวรรณคดี ต่างๆแล้านำมาประยุกต์จำทำเป็นลวดลายประกอบบนผืนผ้า อาทิ ลายแมงป่อง ลายแมงมุม ลายนกยูง ลายไก่ ลายสิงโต ลายช้าง เป็นต้น ลายไก่ ลายช้าง ลายพญานาค ลายนกยูง เป็นต้น


3. ลายผ้าไหมเกี่ยวกับพืช ต้นไม้ เป็นลวดลายที่เกิดจากแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตของคนในสมัยก่อนที่มักจะผูกพัน กับพืชพันธุ์ต่างๆเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ต่างๆ พืชอาหาร เป็นต้น ซึ่งมักจะถูกนำมาเติมแต่ง และประยุกต์ใช้เป็นลวดลายบนผืนผ้าไหม เช่น ลายดอกไม้ ลายใบไม้ เป็นต้น

4. ลายผ้าไหมแบบผสม เป็นลวดลายที่เกิดจากการผสมผสานของลายพื้นเมือง ลายสัตว์ ลายพืช อย่างใดอย่างหนึ่งเข้าด้วยกัน


อุปกรณ์สำหรับทอผ้าไหมมัดหมี่
1. โฮงค้นหมี่ และมัดหมี่ เป็นอุปกรณ์สำหรับค้นหรือจัดเรียงเส้นไหมให้เป็นระเบียบ และทำการมัดหมี่ในขั้นตอนการมัดหมี่ตามจุดของลวดลายที่เตรยมไว้ มีลักษณะเป็นเสาเล็ก 2 เสา ที่มีแผ่นไม้เป็นฐานเดียวกัน มีระยะห่างระหว่างเสาสัมพันธ์กับผืนผ้าที่ต้องการทอ และมีขนาดสัมพันธ์กับฟืมทอผ้า
2. กง เป็นอุปกรณ์จัเรียงเส้นไหมให้เป็นระเบียบ
3. อัก เป็นอุปกรณ์สำหรับม้วนกรอ เก็บเส้นไหมให้เป็นระเบียบที่ได้จากการจัดเรียงจากกง
4. หลอดด้ายไหม ใช้สำหรับกรอเก็บเส้นไหมให้เป็นม้วนเล็กสำหรับใส่ในกระสวยทอผ้า
5. กระสวย เป็นอุปกรณ์สำหรับใส่หลอดด้ายไหมสำหรับพุ่งกระสวยทอผ้า
6. ไนหรือหลา เป็นอุปกรณ์สำหรับเส้นไหมที่ได้จากการเตรียมจากกงเพื่อกรอใส่หลอดด้ายไหม
7. ฟืมหรือฟันหวี เป็นอุปกรณ์สำหรับจัดเรียงเส้นไหมให้เป็นชุดๆ สำหรับการขัดเส้นด้ายไหมขณะทอ
8. หลักเฝือ เป็นอุปกรณ์สำหรับค้นเส้นยืนให้เป็นระเบียบ มีลักษณะเป็นไม้ประกอบสี่เหลี่ยม ซึ่งด้านในแนวตั้งจะมีตะขอไม้สำหรับไขว้เส้นด้ายไปมาให้ได้เส้นยืนที่มีความยาวตามต้องการ

อ่านเพิ่มเติม ขั้นตอนการทอผ้าไหมมัดหมี่

ลายผ้าไหมยกทอง

ผ้าไหมยกทอง เป็นการทอผ้าไหมที่ใช้ลักษณะการทอยกให้ลวดลายสูงกว่าพื้นผ้าด้วยเส้นพุ่ง ซึ่งมีลักษณะการทอเหมือนกับผ้าจกโดยทั่วไป แต่การทอผ้ายกทองจะต้องใช้ความปราณีตอย่างสูงกว่า ซึ่งถือเป็นผ้าที่หาซื้อได้ยาก และราคาแพง นิยมใส่ในกลุ่มชนชั้นสูง และในวังหลวง สำหรับลวดลายของผ้ายกทองมักใช้ลวดลายที่ปรากฏอยู่ในศิลปกรรมไทยแขนงต่างๆ และบางลวดลายมีใช้เฉพาะในพระราชพิธีสำคัญในพระราชวังเท่านั้น สำหรับลายผ้ามักประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

1. ส่วนเชิงผ้า คือ ส่วนที่อยู่ตรงขอบผ้ามักจะใช้ลวดลายที่แตกต่างไปจากลายของท้องผ้าในลักษณะที่ช่วยเสริมลายของท้องผ่าให้ดูเด่นขึ้น
2. ส่วนท้องผ้า คือ ส่วนที่อยู่ตรงกลางของผ้าถัดจากขอบผ้า มักเป็นลายซ้ำซ้อนกันตลอดทั้งท้องผ้า

การจัดวางองค์ประกอบของลวดลายผ้ายก
1.  การจัดลายผ้าแบบมีกรอบมีเชิง  ประกอบด้วยส่วนท้องผ้า  สังเวียน  และกรวยเชิง  ผ้ายกกลุ่มนี้พบหลายขนาด  แตกต่างกันตามหน้าที่ใช้สอย  ได้แก่  ใช้เป็นผ้านุ่ง  หรือใช้เป็นผ้าคาดเอวบุรุษ
2.  การจัดลายผ้าแบบมีเชิงไม่มีกรอบ  ประกอบด้วยส่วนท้องผ้า และกรวยเชิง  ส่วนใหญ่ใช้เป็นผ้านุ่ง
3.  การจัดลายผ้าแบบมีกรอบไม่มีเชิง   ประกอบด้วยส่วนท้องผ้าโดยมีสังเวียนล้อมท้องผ้าทั้ง 4  ดาน   ส่วนใหญ่ใช้เป็นผ้าสำหรับปูลาด ไมนิยมนำมานุ่ง  การจดองค์ประกอบเช่นนี้ อาจได้รูปแบบมาจากพรม
4.  การจัดลายผ้าแบบไมมีกรอบไม่มีเชิง  แบ่งออกเปน
     - ลายผ้าที่สั่งทอเป็นพับสำหรับตัดเสื้อ  กางเกงหรือกระโปรง  ตลอดจนใช้ตัดเย็บเป็นสิ่งของเครื่องใช้ตางๆ
     - ลายผ้าที่ทอเป็นผืน แตกต่างกันตามหน้าที่ใช้สอย ไดแก่ ผ้านุ่งขนาด กว้าง 90 เซนติเมตร ยาว 1 เมตร  ผาหม กวาง 70 เซนติเมตร ยาว 1.85 เมตร เปนตน

สำหรับลวดลายที่ใช้ ได้แก่


ลายสัตว์หิมพานต์

ลายดอกพุดตาน เป็นลายโบราณสมัยอยุธยาตอนปลาย ซึ่งหมายถึงความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ


ลายดอกพุดตาน

ลายดอกพุดวงกลม ยกด้วยลายสัตว์หิมพานต์ เป็นการผสมระหว่างลายดอกพุดวงกลมกับลายสัตว์หิมพานต์ อาทิ


ลายดอกพุดวงกลม ยกด้วยลายช้าง

ขั้นตอนการทอผ้ายกทอง
1. การค้นเส้นยืน
เป็นการเตรียมเส้นยืน ด้วยการนำเส้นไหมที่ผ่านการลอกกาว และย้อมสีแล้วมาจัดเรียงด้วยการกรอด้วยกง และอัก และนำมาค้นเส้นยืนด้วยหลักเฝือเพื่อให้ได้เส้นยืนที่มีการจัดอย่างเป็นระเบียบ และได้ความยาวตามต้องการก่อนนำเข้าฟืมต่อไป
2. การเตรียมฟืมทอผ้า
เป็นการนำเส้นยืนจัดเข้าฟันหวีของฟืม โดยแต่ละช่องจะมีเส้นไหมไม่เกิน 2 เส้น เท่านั้น เพื่อให้เกิดความระเอียดของเนื้องานมากที่สุด
3. การเตรียมเส้นพุ่ง
เส้นพุ่งที่ใช้ เปนเส้นไหมที่ผ่านการลอกกาว และย้อมสีแล้ว ซึ่งในกรณีการทอผ้ายกทองจะใช้เส้นพุ่งที่ย้อมด้วยสีทองเป็นสำคัญ
4. การทอลวดลาย
การทอผ้ายกทองก็เหมือนกับการทอผ้าจกหรือผ้าแพรวา แต่จะให้ความปราณีมากกว่า ใช้ระยะเวลาในการทอนานกว่า 1 ถึง 2 เดือน