การย้อมสีเส้นไหม

การย้อมเส้นไหมในปัจจุบันนิยมใช้สีเคมีเนื่องจากกรรมวิธีที่ย้อมง่าย สีมีความคงทน และให้เฉดสีที่สดใสกว่าการย้อมสีธรรมชาติ แต่ก็มีบางพื้นที่ที่มีการย้อมสีธรรมชาติซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าบ้างเป็นบางครั้งคราว สำหรับขั้นตอนในการย้อมมักใช้สารที่ช่วยในการติดสีเพื่อเพิ่มการติดสี และป้องกันการย้อมด่างหรือให้สีมีความคงทนต่อการซักล้าง

การใช้สารช่วยติดสี (Mordant)
สารช่วยติดสี (Mordant) หรือชาวบ้านในบางพื้นที่ เรียกว่า สารกันด่าง เป็นสารเคมีที่ช่วยเพิ่มการย้อมติดสีบนเส้นใยเพื่อป้องกันการย้อมด่าง และป้องกันสีตกเมื่อมีการซักรีด ตัวติดสีนี้เป็นสารประกอบที่ช่วยให้เส้นไหมสามารถดูดซึมน้ำสีได้

สารช่วยติดสีที่รู้จัก และนิยมใช้กันทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. ตัวติดสีที่เป็นสารเคมีสามารถหาซื้อได้จากร้านขายเคมีภัณฑ์จะเป็นสารเคมีเมื่อละลายน้ำจะมีลักษณะลื่นมีจำหน่ายตามร้านขายอุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการย้อมผ้าทั่วไป โดยจะมีคุณสมบัติช่วยในการแทรกซึมของน้ำย้อมให้เข้าสู่ภายในเส้นใยได้มากขึ้น แต่หากหาซื้อไม่ได้อาจใช้สบู่แทนก็ได้

2. ตัวติดสีที่มีอยู่ในธรรมชาติ โดยทั่วไปผู้ย้อมจะใช้ตัวติดสีจากธรรมชาติ เช่น ใช้โคลนหรือน้ำ
บาดาลแทนสนิมเหล็ก และใช้ใบไม้ ผลไม้ เปลือกไม้ แทนตัวติดสีอื่น ๆ เช่น การใช้ใบเหมือนแอ ใบเหมือด ใบส้มเลี้ยว ใบส้มป่อย ใบมะขาม และด่างขี้เถ้า เป็นต้น

การใช้ตัวติดสีในการช่วยย้อมจะแบ่งเป็น 3 ลักษณะคือ
1. การใช้ตัวติดสีก่อนย้อมเช่นสารส้ม
2. การใช้ตัวติดสี พร้อม ๆ กับการย้อม เช่น สารส้ม มะขาม และใบไม้ต่าง ๆ
3. การใช้ตัวติดสีหลังการย้อม เช่นโคลน น้ำบาดาล และน้ำด่างเป็นต้น

นอกจากนั้น การใช้สารช่วยติดสีอาจใช้มากกว่า 1 สาร ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการย้อมติดสีให้มากขึ้น

หลักทั่วไปในการย้อมสีเส้นไหม มีดังต่อไปนี้
1. วัสดุ และอุปกรณ์
- ภาชนะขนาดความจุ 35 ลิตร ขึ้นไป
- ไหมผ่านการลอกกาว 1 กิโลกรัม
- ผงกันด่าง (เป็นสาร Wetting agent) 30 กรัม ( 1 กรัม/ลิตร) มีจำหน่ายซองละ 5 บาท 
- สีย้อมเคมี (สีแอสิด) จำนวน 2 ซอง
- น้ำ 30 ลิตร (อัตราส่วนระหว่างไหมต่อน้า 1:30)

2. การเตรียมน้ำย้อม และการย้อม
- ตั้งภาชนะ และอุ่นน้ำให้ร้อนเล็กน้อย โดยใช้น้ำประมาณ 30 ลิตร
- ละลายสีย้อมเคมีประมาณ 2 ซอง พร้อมสารกันด่าง คนให้สีย้อมละลายจนเป็นเนื้อเดียวกัน
- เพิ่มความร้อนให้น้ำอุ่นประมาณ 50 องศา หรือสัมผัสให้รู้สึกอุ่น
- ใส่ไหมที่ผ่านการลอกกาวพร้อมกวนให้ไหมอิ่มน้ำย้อม
- ค่อยๆเร่งไฟ และเพิ่มความร้อนจนเกือบเดือด พร้อมคนไหมเป็นระยะ นานประมาณ 1 ชั่วโมง
- นำไหมออกจากหม้อย้อม วางไว้ให้เย็นสักระยะ
- นำไหมที่ได้ไปล้างน้ำอุ่น 2 ครั้ง น้ำธรรมดา 2 ครั้ง ไห้สะอาด แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง
- หม้อต้มสีย้อมสามารถย้อมซ้ำไหมได้อีกหนึ่งหรือสองครั้งหรือตามที่ต้องการ เพียงเติมสีย้อมเพิ่มเติมก็ทำให้ได้ความเข้มข้นที่ต้องการ

กลุ่มทอผ้า และจำหน่ายผ้าไหม จ. นครราชสีมา

1. ร้านมัชดาไหมไทย 
118/2 หมู 7 ต. นอกออก  อ. ปกธงชัย จ. นครราชสีมา
โทร. 081-9764378 

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าไหมมัดหมี่
-ผ้าลาย
-ผ้าพิมพ์

 
ราคา 200-700 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

2. กลุ่มหัตถกรรมผ้าไหมบ้านดู่ 
24 หมู 6 ต.หนองขาม อ.จักราช จ. นครราชสีมา 
โทร. 044-451245

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าไหมมัดหมี่
-ผ้าลาย

 
ราคา 500-700 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

3. กลุ่มแปรรูปผ้าไหมบ้านหนองปี๊ด 
หมู่ 6 ต. หนองขาม อ. จักราช จ. นครราชสีมา
โทร.087-9633069 

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าไหมมัดหมี่

 
ราคา 500-600 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

4. ร้านแต๋วไหมไทย 
377 หมู1 ต. สามเมือง อ.สีดา  จ.นครราชสีมา
โทร.044-284614

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าลาย

 
ราคา 700-900 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน นกยูงสีเงิน นกยูงสีทอง

5. กลุ่มแม่บ้านทอผ้าไหมบ้านแฝกโนนสำราญ 
237 หมู 4 ต.สามเมือง อ.สีดา จ.นครราชสีมา

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าไหมมัดหมี่
-ผ้าหางกระรอก
 
ราคา 1,000-1,500 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

6. บริษัทเมืองย่า ซิลเค่น (ประเทศไทย) จำกัด 
39 บานวังดูหมู 8 ต. เมืองปก อ. ปกธงชัย จ. นครราชสีมา
โทร.044-283454

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าไหมมัดหมี่
-ผ้าหางกระรอก
 
ราคา 700-1,000 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

7. กลุ่มแม่บ้านเกษตรคีมมะอุสวนหม่อน 
 62/1 หมู่ 3 บานคีมมะอุ ต. หนองหวา อ. บัวลาย จ. นครราชสีมา
โทร.089-9495788

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าไหมมัดหมี่
ราคา 500-600 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน


8. ร้านสมบัติไหมไทย 
 62/1 หมู่ 3 บานคีมมะอุ ต. หนองหวา อ. บัวลาย จ. นครราชสีมา
โทร.089-9495788

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าลาย
ราคา 300-500 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

9. กลุ่มหม่อนไหมบ้านหนองม่วง
111 หมู 12 ต. หนองมะนาว อ. คง จ. นครราชสีมา
โทร.087-8784782

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าลาย
-ผ้าคลุมไหล่ 
ราคา 800-1,000 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

10. นางบุปผา ปะเทสัง
73 หมู่ 11 ต.หลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา
โทร.089-5826025
ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าไหมมัดหมี่
-ผ้าลาย
ราคา 800-900 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน


11. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหม่อนไหมบ้านหนองม่วง 2
111 หมู่ 12 ต.หนองมะนาว อ.คง จ.นครราชสีมา
โทร.087-8784782


ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าลาย
-ผ้าคลุมไหล่


ราคา 800-1,000 บาท/เมตร 

เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

12. นางทองมี จ้อยจะโปะ
200 หมู่ 6 ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
โทร. 044-451894

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าคลุมไหล่

ราคา 500-700 บาท/เมตร
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน


13. กลุ่มทอผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองแสง
68 หมู่ 7 ต.หลุ่งปะดู่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา
โทร. 087-2557834


ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าไหมมัดหมี่
-ผ้าลาย


ราคา 800-1,000 บาท/เมตร

เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีทอง นกยูงสีเงิน  และนกยูงสีน้ำเงิน

14. นายสุเมธ พุทธวงษ์
518 หมู่ 1 ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
โทร. 044-441168


ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าลาย
-ผ้าไหมแก้ว


ราคา 400-600 บาท/เมตร

เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

15. ศูนย์พัฒนาภูมิปัญญาอาชีพปักธงชัย
64 หมู่ 1 ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
โทร. 044-283728


ผลิตภัณฑ์ :

-ผ้าพื้น
-ผ้าไหมมัดหมี่
-ผ้าลาย


ราคา 500-700 บาท/เมตร 

เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน 

16. ร้านอรุณเรื่องไหมไทย
611/25 หมู่ 10 ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
โทร. 081-9553904


ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพื้น
-ผ้าไหมมัดหมี่


ราคา 500-700 บาท/เมตร

เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

ผ้าไหมกาบบัว เอกลักษณ์ผ้าไหมเมืองอุบล

ผ้าไหมกาบบัวถือเป็นเอกลักษณ์ของการทอผ้าไหมของจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีการประกาศตัวของการเป็นเจ้าของแห่งเอกลักษณ์ผ้าไหมกาบบัวเมื่อประมาณปี 2543  โดยมีความโดดเด่นของผ้าไหมหลายประการที่นำเอาวิธีการทอผ้าไหมหลากหลายวิธีเข้ามาประกอบในผ้าผืนเดียว ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเอกลักษณ์หลายอย่างประกอบเข้าด้วยกัน อาทิ


1. มีเส้นยืนซึ่งย้อมอย่างน้อยสองสีตามลักษณะของผ้าซิ่นทิว
2. ทอด้วยเส้นพุ่งโดยการปั่นเกลียวแบบหางกระรอก
3. มีการทอแบบมัดหมี่
4. มีการทอแบบขิด
5. มีการทอแบบจก

ขั้นตอนการย้อมผ้าไหมกาบบัว
1. การเตรียมเส้นไหม
การเตรียมเส้นใยไหมเป็นการทำความสะอาดไหมโดยการลอกกาวไหมออกก่อนที่จะนำไปย้อมสีต่างๆตามประเภทของการทอหรือความต้องการตามลวดลาย และเฉดสี เช่น การย้อมโทนสีเดียว และการย้อมมัดหมี่เพื่อให้ได้หลายเฉดสีในเส้นด้ายเดียวกันตามลวดลายที่ได้ออกแบบไว้

2. การย้อมสีไหม
เมื่อผ่านการเตรียมเส้นไหมแล้ว เส้นไหมที่ได้จะมีลักษณะสีขาวนวลสามารถย้อมติดสีได้ดีจึงพร้อมที่จะนำมาย้อมสีได้ โดยใช้ขั้นตอนการย้อมสีเส้นไหม สำหรับสีย้อมที่ใช้นิยมใช้สีเคมีหรือสีธรรมชาติ สำหรับการย้อมจะทำการย้อมโดยใช้โทนสีเดียวหรือย้อมหลายโทนสี (การย้อมมัดหมี่) ทั้งนี้ขึ้นกับความต้องการของผลิตภัณฑ์ 

3. การทอหรือการต่ำหูก
การทอผ้าไหมเป็นการนำเส้นพุ่งใส่ในกระสวยเพื่อใช่สำหรับการยิงเส้นพุ่งขัดกับเส้นยืนที่เตรียมไว้ในเครื่องทอที่เรียกว่าหูก ทำการทอโดยการสอดกระสวยเส้นพุงไปมาสลับกับการเหยียบฟืม 1 ครั้ง เพื่อให้เส้นพุ่งขัดสลับกับเส้นยืนตามลวดลายที่ออกแบบไว้

4. การเก็บขิด
การเก็บขิด คือการงัดหรือการซ้อนเส้นยืนให้นูนขึ้นเพื่อให้เกิดลวดลายตามที่ออกแบบไว้มีลักษณะคล้ายกับการยกดอกเพื่อให้เกิดลวดลาย แต่จะใช้ไม้เป็นอุปกรณ์ในการงัดหรือซ้อนเพื่อให้เส้นยืนนูนขึ้น 


การเก็บขิดโดยใช้ไม้
 

การทอผ้าไหมกาบบัวปกติจะใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน แล้วแต่ลวดลาย และขนาดที่ทำการทอ เมื่อทอสำเร็จสามารถนำมาตัดเย็บขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ เสื้อผ้า ปลอกหมอน และใช้ตกแต่งผลิตภัณฑ์ หรือตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างสวยงาม หรือจำหน่ายเป็นผ้าทั้งผืน ซึ่งจะอยู่ที่ราคาเมตรละ 400-1000 บาท หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับลวดลาย และความยากง่ายของการทอ

ตลาดผ้าไหมไทยบนโลกอินเตอร์เน็ต

ในสมัยที่มีการทอผ้าไหมเริ่มแรก ตลาดผ้าไหมไทยยังมีการพัฒนาอยู่ในกลุ่มผู้ทอผ้าไหมเท่านั้น ซึ่งการซื้อขายยังอยู่ในวงแคบ มีการซื้อขายกันเฉพาะผู้ที่นิยมในพื้นที่เท่านั้น และปริมาณการทอที่ยังไม่มากบวกกับเทคโนโลยียังล้าสมัยจึงทำให้ไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก ภายหลังในช่วงสมัยรัตนโกสินเริ่มมีการส่งเสริมกลุ่มผู้ทอผ้าไหมมากขึ้น อีกทั้งเริ่มมีนายทุนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน นำผ้าไหมไทยส่งขายออกต่างประเทศ ทำให้ผ้าไหมไทยเริ่มเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติมากขึ้น ซึ่งในช่วงดังกล่าวมีการพัฒนาการทอผ้าไหมถึงขั้นเป็นอุตสาหกรรมในสมัยนั้นเลยทีเดียว

สำหรับในปัจจุบัน ตลาดผ้าไหมไทยได้มีการยกระดับคุณภาพขึ้นมาก จากการส่งเสริมของภาครัฐบาล และที่สำคัญจากหน่วยงานขององค์พระราชนีที่ทรงตั้งศูนย์ศิลปาชีพขึ้นมา ทำให้การทอผ้าไหมมีความหลากหลาย และมีความโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาทั้งในภาคครัวเรือน และบางส่วนมีการทอเป็นอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ตลาดผ้าไหมในประเทศไทย มีการส่งเสริมในกลุ่มผู้ทอผ้าไหม และขยายเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งในบางท้องที่มีการเปิดร้านขนาดเล็กสำหรับขายผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมโดยเฉพาะ แต่ก็มีข้อจำกัดเป็นอย่างมาก หากลูกค้าที่อยู่ไกลในต่างพื้นที่ที่มีความสนใจ จึงทำให้เป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งในการเพิ่มโอกาสในการขาย บางแห่งอาจมีลูกค้าเข้าเพียงแค่รายสองรายในหนึ่งเดือนเท่านั้น

เป็นที่สังเกตว่าในช่วงหลัง เริ่มมีการพัฒนาทางด้านการตลาดโดยเพิ่มช่องทางเพิ่มมากขึ้นทางด้านการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ทั้งนี้ การตลาดของผ้าไหมไทยบนโลกอินเตอร์เน็ตซึ่งถือเป็นที่จับตามองไม่แพ้กัน ด้วยข้อได้เปรียบในหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการลงทุนในสื่อประชาสัมพันธ์ที่แทบไม่มีค่าใช้จ่ายเลยทีเดียว อีกทั้งการทำตลาดบนโลกอินเตอร์เน็ตยังสามารถสื่อประชาสัมพันธ์ได้ในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งต่างประเทศสามารถเข้าอ่าน และศึกษาผลิตภัณฑ์ได้ตามความต้องการสำหรับแนวทางในการพัฒนาการตลาดบนโลกออนไลน์นั้นมีแนวทางหลายทางที่ไม่ต้องทุนให้มากมาย  ได้แก่

1. การสร้างเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์สินค้า สามารถสร้างได้ 2 รูปแบบ คือ
- การสร้างเว็บไซต์และจดโดเมน และเช่าพื้นที่โฮส ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่าย
- การสร้าง Blog เว็บไซต์ฟรีในการประชาสัมพันธ์สินค้า โดยใช้ Blog ฟรีจากค่าต่างๆ เช่น Google หรือ Blog ฟรีของไทย 

วิธีการโปรโมทสินค้าด้วยการสร้างเว็บไซต์ ทั้ง 2 แบบ ข้างต้น จำเป็นต้องมีการโปรโมทเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักด้วยรูปแบบต่างๆ เช่น การโพสในเว็บไซต์อื่นๆ การแจกใบปลิว การบอกต่อ เป็นต้น จึงจะทำให้ให้คนทั่วไปทราบถึงเว็บไซต์ และรู้จักผลิตภัณฑ์ตามมา

2.  การประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านตัวแทนผู้โฆษณาในระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีทั้งบริษัทคนไทย และต่างประเทศ แต่ปัจจุบันคนไทยนิยมใช้บริการของ Google โดยตรง ภายใต้การบริการ Google Adwords เพราะโฆษณาจะขึ้นผ่านหน้าค้นหาของ Google โดยตรง หรือขึ้นแสดงผ่านเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรกับ Google ซึ่งให้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ

3. การลงประกาศตามเว็บไซต์ประกาศซื้อขายฟรีที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมีหลายเว็บไซต์ในเมืองไทย ในส่วนนี้จะเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าโดยตรงหรือการประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านเว็บที่ได้จัดทำขึ้น

กลุ่มทอผ้า และจำหน่ายผ้าไหม จ. พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่

 จ. แพร่

1. ร้านเพื่อนแพง 
230 หมู 8 ต.หวยออ อ. ลอง  จ.แพร 
โทร. 054-581250 มือถือ 081-9520431

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าไหมซิ่นจก ราคา 4,500-12,000 บาท/ซิ้น
-ผ้าซิ่นจกสอดดิ้น ราคา
12,000-25,000 บาท/ซิ้น
-ที่รองแก้ว ราคา 150 บาท

-ที่รองจาน ราคา 300-500 บาท  
-ผาคาดโต๊ะ ราคา 1,200-1,500 บาท
-กระเป๋า ราคา 1,800-5,000 บาท
-เข็มขัด ราคา 1,200-3,000 บาท
-ผาพันคอ ผาคลุมไหล่ ราคา 150-8,500 บาท
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

2. ร้านกาญจณาผ้าทอตีนขก 
73/7 หมู 5 ต. บานปน อ. ลอง  จ.แพร 
โทร. 054-581474 มือถือ 081-7839581

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าไหมซิ่นตีนจก ราคา 3,500-15,000 บาท/ซิ้น
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

3. กลุ่มเรียนรู้ผ้าจกเมืองลอง และย้อมสีครามธรรมชาติ 
97/2 หมู 9 ต. หัวทุง อ. ลอง จ. แพร
โทร. 054-583433 มือถือ 081-9516639

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าไหมซิ่นตีนจก ราคา 5,500-2,500 บาท
-ผ้าคลุมไหล่ ราคา 2,000-5,000 บาท
-หมอนตกแต่งจกไหม ราคา 1,200-1,500 บาท 
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

4. ร้านอัญชลีไหมไทย 
9 หมู 2 บานทุงสมาน ต. เตาปูน อ. ลอง จ. แพร
โทร. 054-591049

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าซิ่นยกไหม ราคา 1,500-3,500 บาท
-ผ้าซิ่น ผ้ายก ราคา 6,500-1,800 บาท
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

5. ร้านกมลผ้าโบราณ 
157/2 หมู 6 ต. หวยออ อ. ลอง จ. แพร 
โทร. 054-581532 มือถือ 081-8079960

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าซิ่นตีนจกโบราณ ราคา 3,500-25,000 บาท
-ผ้ายกไหม ราคา 28,000-55,000 บาท
-เนคไท ราคา 500-2,500 บาท-ผ้าคลุมไหล่ ราคา 550 บาท


 จ. พิษณุโลก

1. นายสราวุฒิ สิทธิกูล
66/2 ถ.วงจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ. พิษณุโลก 65000
โทร. 055-244038 มือถือ 086-9283527
ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าซิ่นมัดหมี่ 2,500-15,000 บาท/ชิ้น
-ผ้าซิ่นจก 12,000-50,000 บาท/ชิ้น
-ผ้า 4 ตะกอ 1,200-2,500 บาท/เมตร
-ผ้าขิด 1,200-2,500 บาท/เมตร
-ผ้าพื้น 600-1,500 บาท/เมตร
-ผ้าขาวม้า 1,200-2,500 บาท/ชิ้น 

เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีทอง, สีเงิน, สีน้ำเงิน และสีเขียว


จ. อุตรดิตถ์

1. ร้านนัฐดา
1/6-7 ถ.เจษฎาบดินทร์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 

โทร. 055-412224 มือถือ 081-0406648ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าซิ่นตีนจก 3,500-700 บาท/ชิ้น
-ผ้าซิ่นจกโบราณ 7,000-15,000 บาท/ชิ้น
-ผ้าคลุ่มไหล่ 1,500-2,500 บาท/ชิ้น
-ผ้าไหมลายน้ำไหล 4,500-6,000 บาท/ชิ้น

เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีทอง, สีเงิน, สีน้ำเงิน และสีเขียว

2. นายจงจรูญ มะโนคำ
64 หมู่ 4 บ้านคุ้ม ต.ชัยชุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์


ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าซิ่นตีนจก 3,500-12,000 บาท/ชิ้น
-ย่ามจก 500-1,500 บาท/ชิ้น
-ผ้าคลุมไหล่ 1,500-3,500 บาท/ชิ้น

เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีทอง, สีเงิน, สีน้ำเงิน และสีเขียว

3. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรน้ำใสใต้
139/1 หมู่ 9 ต.ชัยชุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ 53130
โทร. 055-450631 มือถือ 081-3793247

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าซิ่นตีนจก
-ผ้าย่ามจก
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีทอง, สีเงิน, สีน้ำเงิน และสีเขียว

ลายผ้าไหมมัดหมี่

ลายผ้าไหมมัดหมี่เป็นลายผ้าไหมดั้งเดิมที่มีถิ่นกำเนิดในภาคอีสาน ลายผ้าไหมมัดหมี่เกิดจากการมัดเส้นไหมด้วยเชือกหรือฟางตามจุดที่จะให้มีลายตามที่ได้ออกแบบไว้ แล้วนำมาย้อมสี ตรงส่วนที่มีการมัดหมี่จะไม่ติดสีย้อม ส่วนที่ไม่มัดหมี่จะติดสีตามที่ต้องการ พร้อมทำการย้อมสีหลายครั้งตามเฉดสีของลาย เมื่อนำมาทอเป็นผืนจะเกิดลวดลายตามที่ออกแบบไว้ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะให้เกิดความงดงาม

โดยลายผ้ามัดหมี่มักจะผสมผสานกับคตินิยมของกลุ่มคนนั้นๆ ผ้าไหมมัดหมี่ถือเป็นผ้าไหมที่มีถิ่นกำเนิดในภาคอีสาน ลวดลายต่างๆ จะถูกคิดค้นขึ้น ซึ่งมักจะได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตประจำวัน และรูปแบบวัฒนธรรมของถิ่นอาศัยที่สามารถสื่อออกมาเป็นรูปภาพได้ สำหรับลายผ้าไหมมัดหมี่ในภาคอีสานมีด้วยกันหลายลายแตกต่างกันในแต่ละท้องที่ ตามวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยมีมากกว่า 200 ลาย ซึ่งจะมีการเรียกชื่อแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น

ลายผ้าไหมมัดหมี่อาจแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ได้แก่
1. ลายผ้าไหมพื้นเมือง เป็นลายผ้าดั้งเดิม และเป็นลายพื้นฐานที่มักปรากฏบนผ้าทอเกือบทุกประเภท มีลักษณะเป็นรูปทรงเลขาคณิตต่างๆ เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม เป็นต้น


2. ลายผ้าไหมเกี่ยวกับสัตว์ เกิดจากแรงบันดาลใจที่ได้พบเห็นสัตว์หรือสัตว์ที่เป็นเรื่องเล่าในวรรณคดี ต่างๆแล้านำมาประยุกต์จำทำเป็นลวดลายประกอบบนผืนผ้า อาทิ ลายแมงป่อง ลายแมงมุม ลายนกยูง ลายไก่ ลายสิงโต ลายช้าง เป็นต้น ลายไก่ ลายช้าง ลายพญานาค ลายนกยูง เป็นต้น


3. ลายผ้าไหมเกี่ยวกับพืช ต้นไม้ เป็นลวดลายที่เกิดจากแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตของคนในสมัยก่อนที่มักจะผูกพัน กับพืชพันธุ์ต่างๆเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ต่างๆ พืชอาหาร เป็นต้น ซึ่งมักจะถูกนำมาเติมแต่ง และประยุกต์ใช้เป็นลวดลายบนผืนผ้าไหม เช่น ลายดอกไม้ ลายใบไม้ เป็นต้น

4. ลายผ้าไหมแบบผสม เป็นลวดลายที่เกิดจากการผสมผสานของลายพื้นเมือง ลายสัตว์ ลายพืช อย่างใดอย่างหนึ่งเข้าด้วยกัน


อุปกรณ์สำหรับทอผ้าไหมมัดหมี่
1. โฮงค้นหมี่ และมัดหมี่ เป็นอุปกรณ์สำหรับค้นหรือจัดเรียงเส้นไหมให้เป็นระเบียบ และทำการมัดหมี่ในขั้นตอนการมัดหมี่ตามจุดของลวดลายที่เตรยมไว้ มีลักษณะเป็นเสาเล็ก 2 เสา ที่มีแผ่นไม้เป็นฐานเดียวกัน มีระยะห่างระหว่างเสาสัมพันธ์กับผืนผ้าที่ต้องการทอ และมีขนาดสัมพันธ์กับฟืมทอผ้า
2. กง เป็นอุปกรณ์จัเรียงเส้นไหมให้เป็นระเบียบ
3. อัก เป็นอุปกรณ์สำหรับม้วนกรอ เก็บเส้นไหมให้เป็นระเบียบที่ได้จากการจัดเรียงจากกง
4. หลอดด้ายไหม ใช้สำหรับกรอเก็บเส้นไหมให้เป็นม้วนเล็กสำหรับใส่ในกระสวยทอผ้า
5. กระสวย เป็นอุปกรณ์สำหรับใส่หลอดด้ายไหมสำหรับพุ่งกระสวยทอผ้า
6. ไนหรือหลา เป็นอุปกรณ์สำหรับเส้นไหมที่ได้จากการเตรียมจากกงเพื่อกรอใส่หลอดด้ายไหม
7. ฟืมหรือฟันหวี เป็นอุปกรณ์สำหรับจัดเรียงเส้นไหมให้เป็นชุดๆ สำหรับการขัดเส้นด้ายไหมขณะทอ
8. หลักเฝือ เป็นอุปกรณ์สำหรับค้นเส้นยืนให้เป็นระเบียบ มีลักษณะเป็นไม้ประกอบสี่เหลี่ยม ซึ่งด้านในแนวตั้งจะมีตะขอไม้สำหรับไขว้เส้นด้ายไปมาให้ได้เส้นยืนที่มีความยาวตามต้องการ

อ่านเพิ่มเติม ขั้นตอนการทอผ้าไหมมัดหมี่