กลุ่มทอผ้า และจำหน่ายผ้าไหม จ. เชียงราย พะเยา และน่าน

 จ.เชียงราย


1. กลุ่มทอผ้าไหมบ้านห้วยเคียน หมู่ 10
114 หมู่ 10 ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย
โทร. 089-7585573

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าคลุมไหล่ 350-400 บาท/ผืน
-ผ้าพันคอ 250-300 บาท/ผืน
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

2. กลุ่มทอผ้าบ้านเนินไทรพัฒนา
26 หมุ่ 13 ต.ป่าซาง อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย
โทร. 084-1750619

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าคลุมไหล่ 400-500 บาท/ผืน
-ผ้าพันคอ 250-300 บาท/ผืน
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน

3. กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมครบวงจรบ้านสันธาตุ
149 หมู่ 4 ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
โทร. 086-9379193

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าคุลมไหล่ 400-500 บาท/ผืน
-ผ้าพันคอ 250-300 บาท/ผืน
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีน้ำเงิน 


จ. น่าน

1. กลุ่มทอผ้าบ้านดอนไชย
103 หมู่ 3 ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน
โทร.081-3667323

ผลิตภัณฑ์ :
-ผ้าพันคอ 800-900 บาท/ผืน
-ผ้า 4 ตะกอ 400 บาท/เมตร
-ผ้าซิ่น 600 บาท/เมตร
-ผ้าซิ่นสำเร็จรูป 1,200 บาท/ผืน
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีเขียว

2. กลุ่มทอผ้าบ้านเฮี้ย
141 หมู่ 1 ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน
โทร. 081-4733627

ผลิตภัณฑ์ : 
-ผ้าพันคอ 800-900 บาท/ผืน
-ผ้า 4 ตะกอ 400 บาท/เมตร
-ผ้าซิ่น 600 บาท/เมตร
-ผ้าซิ่นสำเร็จรูป 1,200 บาท/ผืน
เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย: นกยูงสีเขียว

ขั้นตอนการทอผ้าไหมแพรวา

การทอผ้าไหมแพรวาก็เหมือนกับการทอผ้าชนิดอื่นที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยในการทอที่คล้ายๆกัน แต่แตกต่างกันที่ การทอผ้าไหมแพรวาเป็นการทอด้วยการขิดไหมด้วยมือเข้าช่วย ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

1. การค้นเส้นยืน
เป็นวิธีการเตรียมเส้นยืนในการทอผ้า โดยนำเส้นไหมที่ลอกกาว และย้อมสีแล้วมาทำการค้นเครือหูกหรือที่เรียกว่า การค้นเส้นยืน เริ่มต้นด้วยการนำเส้นไหมไปสวมเข้าในกงเพื่อทำการกรอเส้นไหมเข้าอัก จากนั้นทำการค้นเส้นยืนโดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า หลักเฝือ เดินเส้นยืนเพื่อจัดเรียงเส้นไหมตามความกว้างของผืนผ้าหรือขนาดฟืม นับจำนวนเส้นยืนโดยใช้ซี่ไม้มาคั่นเพื่อมิให้สับสน และป้องกันการผิดพลาดในการนับ

2. การเตรียมฟืมทอผ้า
ทำการค้นเส้นไหมในลักษณะเดียวกันกับเส้นยืน จากนั้นนำเส้นด้ายมาร้อยกับฟืมโดยการร้อยผ่านช่องฟันหวีแต่ละช่อง โดยแต่ละช่องจะมีเส้นไหมประมาณ 2 เส้น และนำท่อนไม้ไผ่เล็กๆสอดเข้าในห่วงเส้นด้ายที่ร้อยเข้าช่องฟันหวีเพื่อทำการขึงเส้นด้ายให้ตึง และจัดเรียงเส้นด้ายให้เรียบร้อย ส่วนด้านหน้าของฟืมก็จะมีช่องไม้ไผ่เช่นเดียวกันกับด้านหลังเพื่อขึงเส้นด้ายให้ตึง จากนั้นทำการเก็บตะกอฟืมแบบ 2 ตะกอ ซึ่งเรียบร้อยจะได้ชุดฟืมทอผ้าสำหรับการทอ

สำหรับการทอที่มีการทอต่อเนื่อง จะใช้วิธีการสืบเครือหูกจากฟืมที่มีการเก็บตะกอไว้แล้วจากการทอครั้งก่อน โดยนำเส้นไหมยืนมาผูกกับเส้นยืนเดิมจนครบทุกเส้น แล้วจัดเรียง และขึงให้ตึงก็พร้อมที่จะทอได้

ก่อนการทอ ก็เหมือนกับการทอผ้าชนิดอื่นๆที่ต้องนำน้ำแป้งข้าวหรือน้ำแป้งมัน ชุบด้วยผ้า และทาให้ทั่วบนเส้นยืน แล้วปล่อยให้แห้ง หลังจากนั้นทาด้วยไขขี้ผึ้งทับอีกครั้งเพื่อให้เกิดความลื่นขณะทอ

3. การเตรียมเส้นพุ่ง
นำเส้นไหมที่ผ่านการย้อมสีแล้วมากรอเข้าหลอดด้ายสำหรับใส่กระสวยในการทอ

4. การเก็บตะกอลายหลัก
เป็นการทำลวดลายหลักบนผืนผ้าแพรวาโบราณ โดยใช้ไม้สานเก็บลาย ทั้งนี้ลายหลักของผ้าแต่ละผืนจะมีไม่เท่ากันซึ่งหากมีหลายลายอาจต้องใช้ไม้เก็บลายหลายร้อยอัน

5. การทอลวดลายไหมแพรวา
เป็นการทอลวดลายตลอดการทอทั้งผืนผ้าด้วยวิธีการขิด จากการจก และเก็บลายด้วยไม้ยกลายเพื่อยกเส้นยืนพร้อมจกด้วยนิ้วก้อยยกเส้นยืนขึ้น พร้อมสอดเส้นไหมสีต่างๆ เป็นช่วงๆ ตามลวดลายที่ออกแบบไว้ ครั้งละ 2 เที่ยวเพื่อให้ลายเกิดความนูนเด่น สลับกับการเหยียบไม้ตะกอฟืม และการสอดพุ่งกระสวย

ลายผ้าไหมแพรวา

ผ้าไหมแพรวาเป็นผ้าไหมที่มีถิ่นกำเนิด และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรรมของชาวภูไท ในแถบจังหวัดกาฬสิน นครพนม มุกดาหาร และสกลนคร ซึ่งเดิมตั้งแต่สมัยในอดีตที่เริ่มการทอเป็นเพียงการทอเพื่อใช้เป็นผ้าสไบที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติในโทนสีเข้ม เช่น เปลือกไม้ ครั่ง เป็นต้น แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และใช้สีเคมีในโทนสีที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งมุ่งทางด้านการค้า
เป็นหลัก

การทอผ้าไหมแพรวาใช้วิธีเก็บลายด้วยการขิดลาย และการจกทำลวดลายบนผืนผ้าโดยใช้นิ้วก้อยในการล้วงเกาะ และยกเส้นยืน พร้อมสอดเส้นไหมสีต่างๆเป็นช่วงๆ ตามลายที่ออกแบบไว้ ทำให้เกิดความหลากหลายของลวดหลาย และเฉดสีหลายรูปแบบตามความต้องการ และสามารถแก้ไขได้ง่ายหากเกิดความผิดพลาดในการออกแบบหรือการทอ

จุดเด่น และความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไหมแพรวา คือ ลวดลาย และสีสันที่โดดเด่น และหลากหลาย ซึ่งผ้าผืนหนึ่งสามารถมีลวดลาย และสีได้มากกว่า 10 ลักษณะ

สำหรับลายผ้าไหมแพรวาจะประกอบด้วย3 ส่วน คือ ส่วนลายหลัก ลายคั่น และลายเชิงผ้า
1. ส่วนลายหลัก เป็นลายผ้าที่อยู่ส่วนกลางของผืนผ้า และมีพื้นที่มากที่สุด
2. ส่วนลายคั่น เป็นลายที่คั่นระหว่างลายหลักกับลายเชิงผ้า มีพื้นที่น้อยที่สุดของผืนผ้า มีลักษณะเป็นเส้นลายตัดขวางในแนวนอนของทั้งลายหลัก และลายเชิงผ้า
3. ส่วนลายเชิงผ้า เป็นส่วนที่อยู่ขอบริมผ้า มีพื้นที่มากกว่าลายคั่นเล็กน้อย

ลายผ้าไหมแพรวาทั้ง 3 ส่วน มักทอด้วยลายโบราณที่ประกอบด้วยรูปทรงเลขาคณิตต่างๆ

อุปกรณ์สำหรับทอผ้าไหมมัดหมี่
1. เส้นไหม ใช้ไหมที่ผ่านการลอกกาว และย้อมสีตามสีที่ออกแบบไว้
2. หลักเฝือ เป็นอุปกรณ์สำหรับค้นเส้นยืนให้เป็นระเบียบ เพื่อเตรียมเส้นยืนก่อนเข้าฟืมเพื่อการทอ
3. กง เป็นอุปกรณ์จัดเรียงเส้นไหมให้เป็นระเบียบ
4. อัก เป็นอุปกรณ์สำหรับม้วนกรอ เก็บเส้นไหมให้เป็นระเบียบที่ได้จากการจัดเรียงจากกง
5. ไนหรือหลา เป็นอุปกรณ์สำหรับเส้นไหมที่ได้จากการเตรียมจากกงเพื่อกรอใส่หลอดด้ายไหม
6. ตะกอหรือเขา เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยเชือก มีบ่วงหรือรูตรงกลางสำหรับร้อยเส้นยืน และไม้สำหรับยึดเส้นด้ายตะกอไว้ทั้งด้านบน และด้านล่างของบ่วงตะกอ เพื่อแยกเส้นยืนให้เป็นช่องสำหรับสอดเส้นพุ่งในการทอ
7. หลอดด้าย ใช้สำหรับกรอเก็บเส้นไหมให้ เพื่อใส่ในกระสวยทอผ้า
8. กระสวย เป็นอุปกรณ์สำหรับใส่หลอดด้าย เพื่อพุ่งกระสวยในการทอผ้า
9. ฟืมหรือฟันหวี เป็นอุปกรณ์สำหรับจัดเรียงเส้นไหมให้เป็นชุดๆหรือลำ สำหรับการขัดเส้นด้ายไหมขณะทอ
10. ไม้คันผัง เป็นอุปกรณ์ไม้ไผ่ที่ใช้ค้ำยันขอบริมด้านกว้างทั้งสองด้านให้ตึง
11. ไม้ลาย เป็นไม้ไผ่กลม ใช้สำหรับสานเก็บลายขิด
12. ไม้เก็บลายเป็นไม้แบน ขนาดกว้าง 6-7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1 เมตร ด้านปลายข้างหนึ่งมีลักษณะเรียว ใช้สำหรับสอดค้ำเส้นไหมตามที่เก็บขิดลายไว้
13. ไม้ยกลาย มีลักษณะเป็นไม้แบนคล้ายไม้เก็บลาย แต่กว้างกว่า ยาวประมาณ 1 เมตร ใช้สำหรับการยกค้ำเส้นไหมเพื่อการสอดนิ้วก้อย

ขั้นตอนการทอผ้าไหมมัดหมี่

การทอผ้าไหมมัดหมี่ ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้
1. การค้นเครือเส้นยืน
นำเส้นไหมยืนที่ทำการลอกกาวไหม และทำการย้อมสีพื้นเส้นไหมแล้วเข้ากงเพื่อกรอเส้นไหมเข้าอัก แล้วนำเส้นไหมที่กรอด้วยอักนำเข้าหลักฟืมเพื่อค้นเส้นยืนเตรียมการทอ

2. การเตรียมฟืมทอผ้า
นำเส้นยืนที่ค้นเครือเสร็จแล้วมาจัดเรียงเข้าฟันหวี โดยให้แต่ละช่องประกอบด้วยเส้นไหมประมาณ 2 เส้นหรือตามความต้องการ พร้อมขึงเส้นด้ายให้ตึง จัดเรียงเส้นด้ายให้เรียบร้อยร้อย และเก็บตะกอ

สำหรับการทอต่อเนื่อง ที่มีการเก็บตะกอไว้แล้วจะใช้วิธีการสืบเครือหูก โดยนำเส้นยืนมาผูกกับเส้นด้ายเดิมที่ได้เก็บตะกอฟืมไว้ก่อนแล้ว ด้วยการผูกแต่ละเส้นด้ายตามลำดับให้ครบทุกเส้น พร้อมทำการจัดเส้นยืน ตะกอ และฟืมบนกี่ทอผ้าให้เรียบร้อย พร้อมทอตะกอที่เหลือในช่วงการต่อเส้นด้ายให้เรียบร้อยจนหมดจนเริ่มเส้นด้ายที่ต่อใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เส้นยืนที่จะเริ่มทอตึง แน่น

เมื่อจัดเรียงเส้นยืนเรียบร้อย ให้นำน้ำแป้งข้าวหรือน้ำแป้งมันสำปะหลังฉีดพรมหรือใช้ผ้าชุบทาให้ทั่วเส้นไหม พร้อมปล่อยให้แห้ง และทาด้วยขี้ผึ้งหรือไขสัตว์ เพื่อให้เส้นด้ายมีความแข็งแรง และลื่น ไม่ขาดง่ายหรือเป็นขุยจาการเสียดสีขณะการทอ

3. การเตรียมเส้นพุ่ง
3.1 การค้นเส้นพุ่ง
นำเส้นไหมที่ลอกกาวแล้ว มาค้นเส้นพุ่งโดยใช้โฮงมัดหมี่โบราณที่เป็นไม้มีหลัก 2 หลัก โดยการค้นเส้นพุงแต่ละลายจะมีจำนวนลำไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับลาย เช่น ลายหมี่ข้อโบราณจะมีลำประมาณ 41 ลำ โดยแตละลำจะมี 4 เส้นด้าย โดยการทำไพคั่นตรงกลางระหว่างลำไว้ การค้นเส้นพุงจะทำการค้นประมาณ 2 รอบ ของแต่ละลำไปกลับ เมื่อทำการค้นเสร็จแล้วให้ทำการมัดหัวลำตามไพที่คั่นไว้
3.2 การมัดหมี่
การมัดหมี่เป็นกระบวนการมัดตามจุดจากลายที่ออกแบบด้วยเชือกฟางหรือเชือกชนิดอื่นๆ แต่ปัจจุบันนิยมใช้เชือกฟางเพราะหาซื้อง่าย และสะดวกกว่า หลังจากนั้นนำเส้นไหมออกจากโฮงมาย้อมสีตามครั้งของเฉดสีที่ต้องการหรือตามการที่มัดหมี่ไว้ โดยบริเวณที่มัดหมี่ไว้จะไม่ติดสี สำหรับการย้อมซ้ำต้องย้อมหลังการนำเส้นไหมที่ย้อมครั้งแรกตากแดดให้แห้งเสียก่อน

การมัดหมี่เริ่มด้วยการมัดเก็บขาว โดยการมัดหมี่แบ่งเป็น 2 วิธี คือ
1. การมัดลายทุกลายในหัวหมี่เดียวกัน
2. การมัดแยกแต่ละลายในหัวหมี่แล้วนำมาต่อในขั้นตอนการทอผ้า

3.3 การกรอเส้นไหมเข้าหลอด
โดยการนำหัวมัดหมี่ที่แกะเชือกฟางออกแล้วใส่ในกงเพื่อกรอเส้นไหมเข้าอัก จากนั้นทำการกรอเส้นไหมจากอักเข้าหลอดด้ายด้วยไน ซึ่งจะต้องเรียงลำดับหลอดด้ายตามหลายลายสีที่ออกแบบไว้

4. การทอผ้ามัดหมี่
การทอผ้าไหมจะเริ่มเมื่อเตรียมฟืม และเส้นพุ่งเสร็จแล้ว โดยใช้หลอดด้ายที่เรียงลำดับเฉดสีหรือลายไว้แล้วใส่ในกระสวยเพื่อทอด้วยการพุ่งกระสวยผ่านร่องสลับของลำไหมไปมา ซ้ายขวา จนสุดเส้นยืน

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเชิญร่วมประกวดผลิตภัณฑ์สิ่งทอเชิงสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอขอเชิญผู้ผลิตสิ่งทอ และผู้สนใจเข้าร่วมประกวดผลิตภัณฑ์สิ่งทอเชิงสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1 (Creative Textile Award 2014) โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับแฟชั่น และLifestyle Product ภายใต้หัวข้อ Green textiles หรือ Innovative textiles ที่มุ่งเน้นผลงานที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบร่วมกับงานวิจัยในการพัฒนาจากภาคการเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรม


ลักษณะผลงานที่ส่งประกวด
เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น และผลิตภัณฑ์ Lifestyle ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีความโดดเด่น น่าสนใจ อาจเป็นเพียง 1 ชิ้นงานหรือมากกว่า โดยมีลักษณะเป็นคอลเลคชั่นที่เกี่ยวเนื่องกัน

คุณสมบัติผู้เข้าประกวด
- นักออกแบบ
- นักศึกษาด้านการออกแบบ
- เป็นทีมระหว่างนักออกแบบกับผู้ประกอบการ (ไม่น้อยกว่า 2 คน/ทีม)

ข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
- ผู้เข้าประกวดต้องเลือกระหว่าง Green textiles หรือ Innovative textiles เพียงหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง
- ต้องใช้วัตถุดิบที่กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ร้อยละ 40
- เทคนิค วิธีการผลิต ขนาด ราคาค่าใช้จ่าย
- ลักษณะผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ที่ไม่มีการผลิตมาก่อน
- แบบร่างผลงาน 3 D พร้อมระบุขนาด
- ประสบการณ์ของผู้เข้าประกวด

เงื่อนไขการประกวด
- ส่งผลงานได้เพียง 1 ผลงาน/ทีมหรือรายบุคคล
- ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องทำจากผ้า ขนาด 10 เมตร หากใช้มากกว่าผู้ประกวดต้องหาเพิ่มเอง
- ต้องนำส่งผลงานต่อคณะกรรมการภายในวันที่ 19 กรกฏาคม 2557 และจัดแสดงผลงานในวันที่ 24-25 กันยายน 2557
- การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
- ผู้ประกวดที่ส่งผลงานเข้าประกวดถือว่าเป็นผู้ยอมรับเงื่อนไขการประกวด กรรมการขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินหรือยกเลิกสำหรับผลงานที่ถูกร้องเรียนการละเมิดลิขสิทธิ์จริง
- สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ถือเป็นผู้มีสิทธิ์เผยแพร่ผลงาน

กำหนดการ
- เปิดรับสมัคร                                                             6-27 ก.พ. 2557
- สัมมนาผู้เข้าประกวด                                                  6 ก.พ. 2557
- นำเสนอผลงานแบบวาดต่อคณะกรรมการ                       12 พ.ค. 2557
  และตัดสินรอบแรก
- ผู้ได้รับการคัดเลือกรับวัตถุดิบ                                      15 พ.ค. 2557
  และคำแนะนำจากคณะกรรมการ
- ผู้ได้รับการคัดเลือกนำเสนอผลงาน                               17 ก.ค. 2557
  ต่อคณะกรรมการ- มอบรางวัล และจัดนิทรรศการ              24-25 ก.ย. 2557 

สถาบันพัฒนาสิ่งทอ ขอเชิญร่วมสัมมนา เรื่อง เส้นใยธรรมชาติไทยพัฒนาอย่างไรสู่อนาคต (Thai Eco Fibers : Spin to the Future)


สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ขอเชิญร่วมสัมมนา เรื่อง เส้นใยธรรมชาติไทยพัฒนาอย่างไรสู่อนาคต (Thai Eco Fibers : Spin to the Future) ภายใต้ความร่วมมือของ
1. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
2. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3. สถาบันค้นคว้า และพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตร
4. สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ณ ห้องสุรศักดิ์1 ชั้น 11 โรงแรมอิสติน แกรนด์สาทร กรุงเทพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557
เวลา 08.30 น. - 16.00 น.
ณ ห้อง สุรศักดิ์ 1 ชั้น 11
โรงแรม อิสติน แกรนด์สาทร

หัวข้อสัมมนา และการบรรยาย
1. บรรบายพิเศษ เรื่อง เส้นใยธรรมชาติในกระแสโลก โดย รศ.ดร. ทวีชับ อรศักดิ์ชัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เวลา 10.30-12.00 น. 
2. เสวนา เรื่อง เส้นใยธรรมชาติไทยพัฒนาอย่างไรสู่อนาคต โดยคุณ อภิญญา บุญยะประนัย ผู้ประกาศข่าว และพิธีกรช่อง 5 เวลา 11.00-12.00 น. 
3. เสวนา เรื่อง Innovative Textile Award มิติใหม่ของการออกแบบ โดย ผชช. สุพัตรา ศรีสุข และฐิติพร ญาณวังศะ ที่ปรึกษาโครงการ เวลา 13.15-14.30 น. 
4. บรรบายพิเศษ เรื่อง Design Trend Forward แนวทางการออกแบบในอนาคต โดยคุณ กิตติรัตน์ ปิติพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริม และพัฒนาการออกแบบ (TCDC) เวลา 14.45-15.45 น.  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-713-5492-9 ต่อ 406 , 401 และ 400 โทรสาร 02-712-4526 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย